posted on 12 Feb 2010 10:24 by life-insurance
การเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต

การเลือกซื้อประกันชีวิต
ทางเลือกในการลงทุนมีให้เลือกหลายทาง การซื้อประกันชีวิตเป็นอีกทางเลือกที่ผู้
ลงทุน น่าพิจารณา และเป็นอีกทางที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถประหยัดภาษีได้
นอกเหนือจากการลงทุนในกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพและกองทุนหุ้นระยะยาว เพื่อนหลายคนที่
เป็นแฟนพันธ์แท้ของการประหยัดภาษี จะถามว่าจะเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบไหนดี
โดยทั่วไปกรมธรรม์ประกันชีวิตจะประกอบด้วย ส่วนของการประกันชีวิต ซึ่งรวมถึงการออมเงิน
ด้วย และส่วนเสริมคือการประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ และอื่นๆ ในกรมธรรม์มักจะระบุค่า
เบี้ยประกันแยกไว้ให้เห็นเป็นส่วนๆ ในส่วนของประกันชีวิต สามารถแบ่งย่อยออกเป็นสองส่วน
คือการออมและการประกันชีวิต ซึ่งในกรมธรรม์มักจะไม่แยกให้เห็น โดยมากหากมีลักษณะ
ของการออมมากเบี้ยประกันจะยิ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับวงเงินเอาประกันที่เท่ากัน ก่อนที่จะ
กล่าวถึงวิธีการเลือกซื้อกรมธรรม์ขอทำความเข้าใจศัพท์ของการประกันชีวิตบางคำเสียก่อน
วงเงินเอาประกัน (Sum insured) หมายถึงจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันจะได้รับในกรณีเสีย ชีวิต
หรือเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนด วงเงินเอาประกันอาจคงที่ตลอดอายุกรมธรรม์ หรือเพิ่มขึ้นตาม
ระยะเวลาตามที่กำหนดในกรมธรรม์
เบี้ยประกัน (Premium) หมายถึงค่าเบี้ยประกันที่ผู้ซื้อจะต้องชำระให้แก่บริษัทประกันภัยเป็น
รายเดือน ไตรมาส ราย 6 เดือนหรือรายปี
เงินปันผล มี 2 ประเภทคือ ประเภทผูกพันว่าจะต้องจ่ายให้แน่นอน และประเภทที่จะจ่ายตาม
ผลประกอบการของบริษัทประกันชีวิต ซึ่งมักจะขึ้นกับดุลยพินิจของบริษัทว่าจะจ่ายให้
เท่าไร มูลค่าเวนคืนเงินสด (Cash value) หมายถึงจำนวนเงินที่ผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับ เมื่อผู้
ถือกรมธรรม์ต้องการเวนคืน (ยกเลิก)กรมธรรม์
การเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต
1. ขั้นแรกต้องดูว่าคุณมีงบประมาณหรือมีกำลังในการส่งเบี้ยประกันต่อเดือน หรือต่อปี
เท่าไร ต้องไม่ลืมว่าการซื้อประกันชีวิตเป็นการผูกพันระยะยาว
2. คุณต้องการความคุ้มครองด้านสุขภาพมากน้อยเพียงใด ถ้าคุณเป็นพนักงานบริษัทที่มี
การประกันสุขภาพหรือมีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลคุณอาจไม่จำเป็นนัก แต่ถ้าไม่มีก็
ควรมีการประกันสุขภาพไว้บ้าง
3. ถ้าคุณมีงบประมาณจำกัด ก็ต้องเลือกว่าคุณอยากได้วงเงินคุ้มครองสูงๆ เพื่อเป็นหลัก
ประกันให้แก่ครอบครัว ในยามที่คุณจากไปหรือมีภัย กรณีนี้กรมธรรม์ประเภทตลอดชีพ
หรือ คุ้มครองถึงอายุ 99 จะเหมาะกับคุณเพราะด้วยเบี้ยประกันที่เท่ากันคุณสามารถที่
จะได้วงเงินคุ้มครองเพิ่มขึ้น กรมธรรม์ประเภทนี้นำมาเปรียบเทียบได้ไม่ยากนัก โดยดู
ได้จากค่าเบี้ยต่อวงเงินเอาประกัน แต่ถ้าคุณต้องการได้รับชำระเงินในอนาคตด้วยคุณ
ก็ควรเลือกกรมธรรม์ชนิดที่มีการชำระเงินคืนเมื่อครบกำหนดและหรือมีปันผลด้วย ซึ่ง
แน่นอนว่าค่าเบี้ยประกันจะเพิ่มสูงขึ้นถ้ามีการจ่ายเงินปันผลมากขึ้น
ท้ายสุดจะต้องตั้งสมมติฐานว่าเราจะอยู่ถึงอายุเท่าไรและคำนวณ IRR มาเปรียบเทียบดูว่า
กรมธรรม์ของบริษัทไหนให้ผลตอบแทนสูงสุด
ที่มา:SCIAsset
posted on 11 Feb 2010 23:07 by life-insurance
กรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน Unit Link
กรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน เมื่อปี 2547 ได้เกิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินชิ้นใหม่ในประเทศไทย
โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐสองแห่งคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ภายใต้กระทรวงการคลัง และ กรมการประกันภัย
ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ กับภาคเอกชน ซึ่งได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนและบริษัทประกันชีวิต
โดยมีชื่อเรียกขานกันว่า “กรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน” (หรือ Unit
Link)
ซึ่งหมายถึง กรมธรรม์ที่บริษัทประกันชีวิตออกให้ผู้เอาประกัน
เพื่อเป็นหลักฐานว่าผู้เอาประกันและบริษัทประกันชีวิตได้มีการทำสัญญาประกัน
ชีวิต และสัญญาการลงทุนในหน่วยลงทุน โดยมีการตกลงว่า
ผู้เอาประกันจะชำระเบี้ยประกันชีวิตให้แก่บริษัทประกันชีวิตสำหรับการให้
ความคุ้มครองต่อการ ตาย ทุพพลภาพ หรือไม่ตายเมื่อครบอายุสัญญา
และผู้เอาประกันจะชำระค่าซื้อหน่วยลงทุนเพื่อการลงทุนในกองทุนรวม
โดยผ่านบริษัทประกันชีวิต สรุปคือ
เงินที่ผู้เอาประกันจ่ายเพื่อซื้อกรมธรรม์ Unit Link จะถูกแบ่งออกเป็น 2
ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 เป็นค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับการให้ความคุ้มครองตามที่กรมธรรม์ประกันชีวิตกำหนด
ส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่จัดสรรนำไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตามคำสั่งของผู้เอาประกันภัย
ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนตามผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่เลือกลงทุนไว้
สำหรับกรมธรรม์ Unit Link กับกรมธรรม์ทั่วๆ ไป นั้น หากมองในแง่ของการประกันชีวิตแล้วไม่ได้มีความแตกต่างกันเลย
รูปแบบของกรมธรรม์ก็ยังคงเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วๆ ไป แต่ถ้ามองกันในแง่ของการลงทุนกรมธรรม์
Unit Link ก็จะมีความต่างออกไป เนื่องจากกรมธรรม์ได้นำเสนอรูปแบบการลงทุนในหน่วยลงทุนของ
กองทุนรวมมาควบคู่ขายพร้อมกันไปให้กับผู้เอาประกัน กรมธรรม์ Unit Link จะแตกต่างจากกรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วๆ
ไป ในด้านต่างๆดังนี้
ผลตอบแทน
กรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไป จะระบุเงื่อนไขการชดเชยหรือผลตอบแทนไว้อย่างชัดเจน
กรมธรรม์ Unit Link ในส่วนที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมไม่ระบุผลตอบแทนที่แน่นอน
ยืดหยุ่นตามผลการดำเนินงานของกองทุนรวม
ความเสี่ยง
กรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไป จะได้รับเงินต้นคืน 100% พร้อมผลประโยชน์ ถ้าถือกรมธรรม์จนครบสัญญา
(กรณีกรมธรรม์สะสมทรัพย์)
กรมธรรม์ Unit Link จะได้รับเงินลงทุนพร้อมส่วนเกิน
หรือส่วนขาดทุนจากการลงทุนคืนในจำนวนที่มากกว่าหรือน้อยกว่าจำนวนเงินลงทุน
เริ่มต้นก็ได้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไป กรมการประกันภัย บริษัทประกันชีวิต และตัวแทนประกันชีวิต
กรมธรรม์ Unit Link กรมการประกันภัย บริษัทประกันชีวิต ตัวแทนประกัน บริษัทจัดการ
และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)
ผู้ขาย
กรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไป ผู้ขายต้องสอบผ่านการเป็นตัวแทนประกันชีวิต และขึ้นทะเบียนกับกรมการประกันภัย
กรมธรรม์ Unit Link ผู้ขายต้องสอบผ่านการเป็นตัวแทนประกันชีวิตและขึ้นทะเบียนกับกรมการประกันภัย
อบรมและสอบผ่านหลักสูตรผู้ทำหน้าที่ขายหน่วยลงทุน ขึ้นทะเบียนกับกรมการประกันภัย
และสำนักงาน ก.ล.ต.
กล่าวโดยสรุปแล้วกรมธรรม์ Unit Link ก็คือการรวมกันของ 2 ผลิตภัณฑ์ อันได้แก่
กรมธรรม์ประกันชีวิต และหน่วยลงทุนของกองทุนรวม กรมธรรม์ Unit Link จึงนับได้ว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้เอาประกัน
ที่ต้องการแสวงหาโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่แตกต่างจากการเอาประกันในลักษณะเดิม
และพร้อมที่จะยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ (ตามนโยบายการลงทุนของหน่วยลงทุนที่ได้พิจารณาเลือกไว้)
ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมและได้รับความคุ้มครองในชีวิตไปพร้อมๆ
กัน
posted on 08 Feb 2010 19:20 by life-insurance
วางแผนออมเงินด้วยประกันชีวิต
ออมเงินกับประกันชีวิตคุ้มมั้ย?
ตอนนี้เจ้าหน้าที่ขายประกันเร่งทำยอด
โทรเข้ามาถี่กว่าเพื่อนๆ ของเราเสียอีก
หนำช้ำพวกเขายังพูดถึงข้อดีเกี่ยวกับการทำประกันมากมาย
ซึ่งเราอาจจะสงสัยว่ามันดีจริงๆ หรือพูดเพราะต้องการให้เราซื้อกันแน่นะ
รู้จักประกันชีวิต
ประกันชีวิตเป็นบริการอย่างหนึ่งที่ให้หลักประกันเป็นเงินลงทุนและบริการดูแลสุขภาพควบคู่กัน
ซึ่งมีมากมายหลายแพ็กเกจที่บริษัทประกันจะจัดโปรโมชั่นเพื่อให้เหมาะสมกับลูกค้า
โดยปกติแล้วมักจะจัดประกันชีวิตให้รวมกับการประกันสุขภาพไปด้วย
ซึ่งประกันชีวิตคุณจะได้เงินปันผลหรือได้เงินคืนเมื่อกรมธรรม์สิ้นสุดลง
แต่ประกันสุขภาพก็เหมือนกับเงินกินเปล่าทุกๆ ปี
แต่จะปลอดภัยและคุ้มค่าเมื่อคุณไม่สบาย
ประกันชีวิตจึงถือเป็นการออมเงินรูปแบบหนึ่งที่มีของแถมเป็นการคุ้มครองจากบริษัทประกัน
ดังนั้น ความคุ้มค่าจึงอยู่ที่ความต้องการของคุณเองว่าต้องการเงินคืนในรูปแบบใด
ภายในปีไหน เช่น ออมสำหรับเกษียณอายุ ออมสำหรับการศึกษาของลูก เป็นต้น
ประกัน...ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
การคิดทำประกันนั้นเป็นรายจ่ายต่อเนื่องที่อาจจะทำให้คุณหมุนเงินไม่ทันได้
แม้ว่าจะสามารถแบ่งจ่าย 3 เดือน 6 เดือน
แต่ก็ยังถือว่าเป็นรายจ่ายประจำที่คุณจะต้องหามาให้ทัน
ซึ่งถ้าคุณวางแผนไม่ดีแล้วขาดส่งไป 1-2 งวด ประกันอาจจะงดการคุ้มครอง
รวมทั้งอาจจะริบเงินต้นส่วนที่คุณได้ส่งมาหรือได้คืนแบบไม่เต็มจำนวน ดังนั้น
ก่อนที่จะเลือกทำประกันชีวิต ต้องดูศักยภาพตัวเองด้วยว่าสามารถทำได้แค่ไหน
อย่าเพิ่งเห็นแก่ค่าตอบแทนอีก 20 ปีข้างหน้า ถ้าคุณไม่อาจส่งเงินได้อย่างสบายๆ
เพราะถ้ายกเลิกก่อนหน้านั้นคุณอาจจะไม่ได้อะไรเลย แถมขาดทุนด้วย
ค่าตอบแทนจากประกันชีวิต
หากคุณจ่ายประกันชีวิตปีละ 50,000 บาท รวมแล้ว 10 ปี
อย่างต่ำสุดคือคุณจะได้เงินทั้งหมด 50,000 บาทคืน
ซึ่งคุณควรดูที่ระยะเวลาและผลตอบแทนการออมครั้งนี้ให้ดี
เพราะบางบริษัทจะให้คุณส่งเป็นเวลา 10 ปี
เมื่อครบกำหนดส่งแล้วก็จะยืดเวลาการชำระเงินออกไปเป็นปีที่ 15 ข้อเสียคือ
คุณจะต้องรอเงินนานขึ้น แต่ค่าตอบแทนก็อาจจะมากขึ้นด้วย
ขึ้นอยู่กับความพอใจของคุณว่ามันจะคุ้มค่ากับการรอหรือไม่
ส่วนมากค่าตอบแทนของบริษัทประกันจะเป็นการประมาณการ
เนื่องจากเขาต้องนำเงินของคุณไปลงทุนเช่นกัน ดังนั้น คุณควรถามการการันตีที่แน่นอน
พร้อมอ่านสัญญาให้ละเอียดที่สุด เพราะตัวแทนประกัน (บางคน)
อาจจะให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนและเป็นผลเสียต่อคุณได้
เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวที่หนักเอาการเหมือนกัน
ข้อดีของการออมแบบประกัน
มีหญิงสาวจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะทำประกัน
เนื่องจากเป็นการบังคับตัวเองไปในตัวว่าจะต้องเก็บออมเงิน
และมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้น ทองคำ หรือกองทุนบางประเภท
แถมยังได้ความคุ้มครองอื่นๆ เป็นของแถมด้วย
เรียกว่าเป็นการซื้อความมั่นคงในชีวิตและคนที่อยู่ภายหลัง
หากวันใดวันหนึ่งเราจากโลกนี้ไปก่อน พวกเขาจะอยู่ได้ไม่ลำบาก
ส่วนที่ว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้มต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ
และไม่เสียรู้ต่อสัญญาต่างๆ ของประกัน เพียงเท่านี้ก็จะคุ้มค่าพอกับการออมแบบอื่นๆ
แต่มีบริการเป็นของแถมด้วย
ที่มา http://www.lisaguru.com
posted on 08 Feb 2010 15:31 by life-insurance
เลือกซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตอย่างไรดี?
การเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต
สถานะทางครอบครัวและภาระความรับผิดชอบ
คนโสดที่ไม่มีภาระใดๆ หรือคนที่มีครอบครัวแล้ว แต่ยังไม่มีบุตร เหมาะกับกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์และแบบเงินได้ประจำ แต่ถ้าเป็นคนที่มีครอบครัว มีบุตร และมีภาระดูแลบิดามารดา อาจจะเหมาะกับกรมธรรม์แบบตลอดชีพ ซึ่งมีเบี้ยประกันที่ต่ำกว่าแบบอื่น แต่จะช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่คุณเป็นเสาหลักของครอบครัวได้
ภาระทางการเงิน
หากไม่แน่ใจว่าจะสามารถส่งเบี้ยประกันตามจำนวนและเวลาที่กำหนดได้ คุณควรเลือกกรมธรรม์ที่ส่งเบี้ยประกันไม่สูงนัก แต่สามารถให้ความคุ้มครองได้ตามที่ต้องการ แม้ว่าผลประโยชน์ที่ได้รับอาจไม่มาก แต่ก็สามารถช่วยผ่อนหนักเป็นเบาในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้
ภาระหนี้สิน
กรณีที่คุณมีภาระหนี้สิน คุณควรเลือกซื้อกรมธรรม์แบบกำหนดระยะเวลา โดยให้ประโยชน์ที่ได้รับครอบคลุมหนี้เหล่านั้น เพราะหากคุณต้องเสียชีวิตหรือพิการจนไม่สามารถหารายได้ต่อไป ประกันชีวิตประเภทนี้จะช่วยชำระหนี้สินเหล่านั้นแทนคุณได้
การเลือกประกันชีวิตประเภทที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณและครอบครัวได้รับประโยชน์สูงสุด รวมทั้งไม่สร้างภาระทางการเงินให้คุณมากจนเกินไปด้วย
ที่มา: http://edu.tsi-thailand.org/index.php?option=com_content&task=blogcategory&id=7&Itemid=20
posted on 08 Feb 2010 09:39 by life-insurance
แนวทางเบื้องต้นในการเลือกแบบประกันชีวิต
กรมธรรม์ประกันชีวิตส่วนบุคคล หรือเรียกว่ารายสามัญ ที่มีการนำเสนอและนิยมทำกันโดยทั่วไป มี 3 แบบ คือ
1. แบบคุ้มครองตลอดชีพ
2. แบบสะสมทรัพย์
3. แบบมีกำหนดระยะเวลา
กรมธรรม์ทั้ง 3 แบบ ให้ความคุ้มครองฟื้นฐานเหมือนกัน คือ
เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับ
บริษัทประกันจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเรียกว่า "ทุนประกัน"
ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ตามจำนวนวงเงินที่ผู้เอาประกันได้ซื้อไว้
ซึ่งปกติจะมีวงเงินขั้นต่ำอยู่ที่ 50,000 บาท ส่วนวงเงินขั้นสูงไม่จำกัด
ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุมัติของแต่ละบริษัท
เมื่ออนุมัติในวงเงินทุนประกันเท่าใดแล้ว
ก็ต้องจ่ายตามวงเงินที่ได้อนุมัติไว้ในกรมธรรม์นั้น
เฉพาะกรมธรรม์แบบตลอดชีพนั้นระยะเวลาคุ้มครองจะไปสิ้นสุดเอาตอนที่ผู้เอา
ประกันเสียชีวิต ไม่ว่าขณะนั้นจะอายุเท่าใดก็ตาม โดยปกติจะถืออายุ 99 ปี
หรือ 100 ปี เป็นอายุสุดท้ายที่จะคุ้มครอง หากอายุครบ 99 ปี หรือ 100 ปี
แล้วยังมีชีวิตอยู่ความคุ้มครองก็จะสิ้นสุดลงและบริษัทจะคืนทุนประกันให้กับ
ผู้เอาประกันผู้นั้นทันที
แต่สำหรับกรมธรรม์แบบมีกำหนดระยะเวลาหากผู้เอาประกันอยู่ครบสัญญาจะไม่ได้
รับเงินใด ๆ ทั้งสิ้น
สำหรับกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์นั้นแม้ผู้เอาประกันจะไม่เสียชีวิตระหว่างที่
กรมธรรม์มีผลบังคับ
บริษัทประกันก็จะคืนทุนประกันให้แก่ผู้เอาประกันทันทีที่ผู้เอาประกันมี
ชีวิตมีชีวิตอยู่ถึงวันสิ้นสุดสัญญา
ดังนั้นกรมธรรม์ประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับการทำในลักษณะที่ต้องการผลตอบแทนทาง
การเงินระยะยาวพร้อม ๆ
กับได้รับความคุ้มครองหรือรับรองยอดเงินสุดท้ายที่ต้องการในทันทีที่บริษัท
ประกันพิจารณาอนุมัติ หรือกล่าวได้ว่าเป็นกรมธรรม์ที่ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง
คือเสียชีวิตก่อนครบสัญญาก็ได้รับเงิน
หรืออยู่ครบสัญญาก็ได้รับเงินเหมือนกัน
แนวทางเบื้องต้นในการเลือกแบบกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้น
หลังจากได้สำรวจหาความจำเป็นทางการเงิน
โดยใช้แบบฟอร์มวิเคราะห์ความจำเป็นทางการเงิน ( Financial Needs Analysis
) แล้วจะช่วยให้เราทราบว่าเรามีความจำเป็นทางการเงินอยู่ในระดับใด
หากปรากฏว่าเราเป็นผู้ที่มีความจำเป็นทางการเงินสูง
คือมีตัวเลขสรุปว่ามีส่วนของหนี้สินรวมมากกว่าทรัพย์สินปัจจุบัน
และมีสภาพคล่องทางการเงินต่ำ โดยมีเงินออมไม่มากนักหรือไม่มีเลย
การมีกรมธรรม์ประกันชีวิตจะเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับปัญหาความจำ
เป็นทางการเงินที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทันทีที่ผู้เป็นเสาหลัก ในการแบกรับภาระการเงินในปัจจุบันสูญเสียความสามารถในการหารายได้
ในกรณีนี้เราควรจะเลือกกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบตลอดชีพหรือแบบมีกำหนดระยะ
เวลามากกว่าแบบสะสมทรัพย์
ส่วนผู้ที่มีฐานะทางการเงินค่อนข้างลงตัว มีสภาพคล่องทางการเงินสูง
การพิจารณากรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ในแง่ของการลงทุนระยะยาวเพื่อรับผลตอบแทน
ระยะยาวที่แน่นอนโดยไม่มีความเสี่ยง
ก็เป็นเรื่องที่น่าศึกษารายละเอียดเพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งของการลงทุนทาง
การเงินและกระจายความเสี่ยงของการลงทุน
ที่มา: http://www.moneyfor-life.com/PRAKAN/webpage/knowledge/about%20assure/how_to_select/how_to_select.htm